Posts filed under 'ไอเดีย และความคิดสร้างสรรค์'
ครูควรตั้งโจทย์อย่างไร ให้ตัวเองได้ความรู้ด้วย
เมื่อวานผมถามลูกชายถึงการบ้านที่เขากำลังทำอยู่ เพราะเห็นง่วนอยู่กับอินเตอร์เน็ต คำตอบที่ได้คือ ครูให้หารายชื่อนักวิทยาศาสตร์ แล้วแบ่งประเภทว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์บริสุทธ์ (ไม่เกี่ยวกับ Virgin) กับวิทยาศาสตร์ประยุกต์
ผมเลยถามต่อว่า แล้วได้ชื่อนักวิทยาศาสตร์คนไหนบ้างล่ะ เอดิสันอย่างนี้ อาคีมีดีส กาลิเลโอ เป็นต้น ผมบอกกับลูกทันทีเลยว่า โอ้โห ทำไมมีแต่นักวิทยาศาสตร์รุ่นเก่า เก๋ากึ๋ก ทั้งนั้นเลย สมัยพ่อเรียนก็รู้จักแล้ว นี่พ่อเรียนมา 30 กว่าปีแล้วนะเนี่ย สมัยลูกก็ยังเหมือนเดิมหรือเนี่ย
เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของพี่คนหนึ่งที่มักจะได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรบรรยายในองค์กรใหญ่ๆ มาหลายแห่ง เขาพูดไว้ว่า “เวลาสอนคนอื่น อย่าให้ความรู้เขาไปอย่างเดียว ต้องเอาความรู้จากคนฟังด้วย เรื่องอะไรจะเหนื่อย แล้วรู้เท่าเดิม”
นี่จึงเป็นที่มาของหัวข้อนี้ คือ ครูควรจะตั้งโจทย์การบ้านอย่างไร จึงจะทำให้ตัวครูเองได้ความรู้มากขึ้นด้วย ลองคิดดูซิครับว่า หากเด็กนักเรียนแต่ละคน ซึ่งรวมๆ แล้ว อย่างที่บดินทร์นี่ก็ตกประมาณ 800 คน หากเด็กเหล่าี้นี้หาคำตอบที่เป็นความรู้ใหม่ๆ เราจะได้เรียนรู้มากขึ้นขนาดไหน?
อย่างโจทย์ที่ลูกชายผมได้รับมานั้น หากเราดัดแปลงอีกหน่อยให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น หาชื่อนักวิทยาศาสตร์ที่มีผลงานทางด้าน พลังงานทดแทน นาโนเทค หรือไบโอเทค อย่างนี้มั่นใจได้แน่นอนว่า เราจะได้ความรู้ใหม่แน่ๆ
ทำไมถึงคิดตั้งโจทย์แบบนี้ ก็เพราะเรื่องพลังงานทดแทน นาโนเทค กับไบโอเทค จะกลายเป็นเรื่องที่สำคัญมากในอนาคตอันใกล้นี้ กว่าเด็กเหล่านี้จะเรียนจบ ทำงาน เขาควรจะรู้ว่า ควรเรียนวิทยาศาสตร์สาขาไหน ที่มีอนาคตแน่ๆ
ปล. ผมถามลูกถึง นักวิทยาศาสตร์ไทย ก็ได้คำตอบเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ก็น่าคิดนะครับว่า เด็กๆ เราไม่รู้ว่ามีนักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นๆ อีกหลายท่าน ที่เราควรรู้จักผลงานของท่านเหล่านั้นเช่นกัน ใครบ้างหรือ? ตั้งเป็นโจทย์ซิครับ!
Add comment มิถุนายน 3, 2009
เกมส์ออนไลน์ที่ “ยิ่งติด ยิ่งดี”
เวลาพูดถึงเกมส์ออนไลน์กับเด็ก เราจะนึกถึงปัญหาเด็กติดเกมส์เป็นอันดับแรก รองลงมาก็ภาพความรุนแรงจากเกมส์ยิงกันที่มีผลต่อพฤติกรรมของเด็ก เงินและเวลาที่ถูกผลาญไปกับการเล่นเกมส์ เป็นต้น
เมื่อไม่นานมานี้ ก็มีข่าวที่พูดถึงเด็กนักเรียนไทยที่เปลี่ยนจากคนเล่นเกมส์ มาพัฒนาเกมส์แทน ก็น่าชื่นชมสำหรับความสามารถของเด็กไทย แต่อยากบอกว่า เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องกล้า และคิดนอกกรอบในทางที่ดีด้วย เพราะพอรู้ว่าเกมส์ที่พัฒนาขึ้นมานั้น เป็นเกมส์ประเภทยิงกันตายอยู่ดี ก็ทำให้รู้สึกว่า ตอนนี้เราก็มีเพียงคนที่พัฒนาเกมส์ที่เป็นปัญหาขึ้นมาอีักเกมส์เท่านั้น
ผมคิดว่าเราน่าจะย้อนกลับมาจุดเริ่มต้นว่า จุดประสงค์ของเกมส์ คืออะไร ส่วนใหญ่เกมส์จะเน้นเพื่อสร้างความตื่นเต้น สนุกสนาน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เกิดความสุขแก่ผู้เล่น ดังนั้นจึงมีคำถามว่า มีแต่แข่งขันกัน ยิงกัน เท่านั้นหรือที่จะสร้างความสุขให้คนเล่นเกมส์ได้ ลองดูคำตอบจากเกมส์ออนไลน์นี้ดูซิครับ
Akola เป็นเกมส์ที่มีแนวคิดดี คือ ต้องการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ด้วยการทำดี ซึ่งแน่นอนว่า สุดท้ายคนที่ทำดีจะได้รับความสุขทางใจจากการทำดี ไม่มีแพ้หรือชนะ ดังนั้นไม่มีใครหงุดหงิดที่แพ้ แถมยังมีแนวคิดในการกระจายเชื้อความดีต่อไปในวงกว้างด้วย ลองมาดูกันครับว่า เกมส์นี้มีหลักการอย่างไร เผื่อใครสนใจจะนำไปพัฒนาต่อยอด
เกมส์นี้จะมีแผนปฏิบัติการ หรือ Mission ที่ผู้เล่นจะต้องทำให้สำเร็จ ซึ่งมาในรูปของ mission card (เงิน $5 กับ การ์ด Mission 25 ใบ) การ์ดแต่ละใบจะระบุเป้าหมายในการทำความดี เช่น
- Donate an Hour of Your Time – บริจาคเวลา 1 ชั่วโมงของคุณ
- Give Someone a Book – มอบหนังสือให้ใครสักคน
- Send Drinks to a Couple in Love – มอบเครื่องดื่มให้กับคู้รัก
แต่ละการ์ด “ทำดี” จะมีหมายเลข Mission ID เพื่อใช้ในการติดตามดูผลการปฏิบัติการทางเว็บได้ เมื่อผู้เล่นทำความดีตามการ์ดว่าแล้ว ก็จะส่งการ์ดนั้นให้กับผู้ที่รับผลดีนั้นไป คนนั้นก็จะต้องล็อกออนเข้าไปที่เว็บไซต์ของเกมส์เพื่อลงทะเบียนแผ่นการ์ดนั้นว่า และเขียนเล่าประสบการณฺ์ที่ได้รับความดีนั้น (อาจแนบภาพหรือวิดีโอลงไปด้วยก็ได้) ถึงตรงนี้ เขาอาจเลือกที่จะเล่นเกมส์ด้วย เป็นฝายทำดีให้คนอื่นบ้าง นี่คือจุดที่ผมเรียกว่า กลไกในการแพร่เชื้อความดี
ในขณะเดียวกัน ผู้เล่นคนที่เริ่มต้นทำความดี ก็จะเข้ามาใส่รายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติการนั้นด้วย และก็จะได้รับคะแนนจากการทำดี และเลื่อนขั้นไปเล่นในขั้นต่อไป
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับเกมส์นี้ ก็คือ คนที่เริ่มต้นทำดี สามารถจะติดตามดูต่อไปได้ว่า ผลจากครั้งนั้น ทำให้มีใครบ้าง (ทั่วโลก) ที่ทำความดีต่อ ทำให้ผมนึกถึงโฆษณาชิ้นหนึ่ง ที่พูดถึงการทำดีให้ต่อกันไปอย่างไม่รู้จบ ด้วยหลักการแบบนี้ เริ่มจาก 1 คนทำีดีให้ 25 คน อีก 25 คนทำดีต่อไปกับอีกคนละ 25 คน กลายเป็นระบบส่งต่อความดีแบบทวีคูณได้
อาจมีคนถามว่า เราจะกำหนด Mission ได้เองไหม คำตอบก็คือ คุณสามารถแนะนำ Mission ใหม่ๆ รวมทั้งออกแบบการ์ดได้ด้วย
เชื่อไหมว่า ภายในเวลา 1-2 เดือนที่เริ่มเกมส์นี้ มีแผนปฏิบัติการความดี ที่สำเร็จลุล่วงไปกว่า 2,000 เรื่อง ใน 33 ประเทศ โดย 60% ของผู้มาร่วมเล่นเกมส์นี้ เป็นเพราะพวกเขาได้รับการ์ดจากผู้เล่นคนก่อนหน้า
ไม่เพียงผู้เล่นที่ทำความดี แม้แต่ Akoha เองก็มีแผนทำดีเช่นกัน โดยร่วมกับสปอนเซอร์รายอื่นๆ เพื่อจะสร้างห้องสมุดที่เนปาล เมื่อจำนวน Mission สำเร็จลุล่วงถึง 25,000 เรื่อง
ปล. ที่เว็บ (http://community.akoha.com/help/learn/) ยังมีคำอธิบายการเล่นเกมส์ที่ดูแล้วเข้าใจง่ายดี จัดเป็นรูปแบบในการอธิบายเรื่องราวที่น่านำมาประยุกต์ใช้นะครับ
Add comment มิถุนายน 3, 2009
คำตอบของคำถาม “คุณใช้คอมพ์ทำอะไร?” (ตอน 2)
จากหัวข้อเดียวกันที่เคยเขียนไว้เมื่อวันก่อน ผมได้รับข่าวดีจาก ผอ. บรรจง ปัทมาลัย
โรงเรียนเชียงกลมวิทยา จ.เลย ที่ท่านชอบแนวคำถามที่ผมตั้งไว้ จนทำเป็นโครงการที่มีชื่อเก๋มากว่า “ประยุกต์ใช้ ICT ทำความดีทุกวัน”
ผมขออนุญาติ Copy ภาพและข้อความบางส่วนจากบล็อกของท่าน ผอ. ที่ http://gotoknow.org/blog/modellabschool/262356 มาไว้ที่บล็อกของผมด้วย (เป็น backup เอาไว้นะครับ – ความจริง อยากเก็บเป็นหลักฐานในการทำความดีเช่นกันครับ)

ท่านพิมพ์เป็นเอกสารข้างต้นแจกทุกห้องเรียนให้ติดบอร์ด และท่าน ผอ. เองก็ขึ้นพูดหน้าเสาธงตั้งแ่ต่เมื่อวันที่ 18 พค. 2552

ท่านให้เหตุผลไว้ว่า
————————
“ผมอยากทำโครงการนี้มากเพราะ
- นักเรียนผมอยู่บ้านนอก ความเป็นอยู่แบบชาวบ้านทิ้งขยะตามใจชอบ (ที่บ้าน)
- เรามีเทคโนโลยีพร้อมให้เลือกปฏิบัติ
ผลที่เกิดขึ้นใน 2-3 วันนี้ มีนักเรียนหญิง 2-3 คน ส่ง sms มา และผมก็ตอบทุกคนไปแล้ว ผมอยากให้เด็กระบุชื่อด้วย เพราะการทำความดีไม่ค้องอายใคร
นี่คือข้อความที่ผมได้รับ และตอบไป(บางคนที่ส่งกลับให้ตนเอง)
- +66833560xxx “สวัสดีคะ คุณครู วันนี้หนูได้ทำความดีช่วยพ่อแม่หลายอย่าง เช่น ล้างจาน กวาดบ้าน วันนี้หนูไม่มีอะไรจะเขียนมาก เอาไว้โอกาสหน้าหนูจะเขียนมาใหม่คะ 23.13.00 18/05/2009
- +66854627xxx วันนี้ หนูได้ทำความดีคือ ลดภาวะโลกร้อน โดยการนำเอาน้ำที่ซักผ้าเสร็จแล้วมารดต้นไม้แทนการทิ้งน้ำโดยเปล่าวประโยชน์ ค่ะ จาก กิตติยา สุวรรณชาติ 3/1 17.57.02 19/05/2009
- +66810618xxx หนูกับเพื่อนเพื่อในกลุ่มเก็บสะสมขวดน้ำไว้ขายเอาเงินซื้อขนมกินด้วยกันคะ 6/1 15.48.49 20/05/2009
- +66854627xxx วันนี้หนูได้ทำความดีคือ เวลากินขนมในโรงเรียนเสร็จเมื่อมีขยะหนูจะเก็บยัดใส่กระเป๋ากางเกงและเมื่อเจอถังขยะหนูค่อยทิ้งลงถังคะ กิตติยา สุวรรณชาติ 3/1 18.44.44 20/05/2009
ขอบใจมาก ขอให้ทำตลอดไปประเทศไทยจะสะอาด (อันนี้ ผอ. ตอบ)
ข้อสังเกต มีเฉพาะส่งทางมือถือ และเป็นนักเรียนหญิง
ผมจะติดตามต่อไป และใช้เวลาก่อนจะประเมินโครงการ
ท่านใดมีความคิดเห็นอย่างไร แลกเปลี่ยนกันได้ครีบ โดยเฉพาะคุณณรงค์พร เหล่าศรีสิน ขอบคุณมากเป็นพิเศษที่จุดประกายให้”
————————
เมื่อผมได้รับทราบเรื่องราวนี้ ก็รู้สึกทึ่งทั้ง ผอ. และเด็กๆ ที่ action รวดเร็วดีจังเลย ผมเองก็อดปลื้มไม่ได้ (อมยิ้มเลยครับ) พรุ่งนี้ต้องไปเสวนากับ CIO หลายๆ ท่าน ก็คงต้องเอาไปเล่าให้พวกเขาัฟังบ้าง เพราะ CIO ที่ดูแลด้าน ICT ของบริษัท เป็นคนที่นำ ICT ไปใช้กับธุรกิจ หากให้ช่วยคิดว่า จะเอา ICT มาทำความดี ดูซิว่าจะมีไอเดียดีๆ อะไรมาฝากบ้างนะครับ
ปล. ดูเหมือนเด็กนักเรียนหญิงที่ชื่อ กิตติยา สุวรรณชาติ จะมีแววเป็นนักอนุรักษ์ รักษาสิ่งแวดล้อม นะครับ
Add comment พฤษภาคม 28, 2009
คุณใช้กล้องดิจิตอลทำอะไร? (ตอนที่ 2)
ผมยังจำคำพูดของนักเขียนรุ่นพี่ที่สนิทกันท่านหนึ่ง คือ พี่พงษ์ ผาวิจิตร (http://thinkfact.blogspot.com/) ที่พูดได้โดนใจมากว่า “ทำไมเราจะยังปล่อยให้คนไม่ดี มาคอยเอาเปรียบคนดีๆ อยู่เรื่อย
นี่เลยจุดประกายไอเดียของหัวข้อนี้ ที่ผมจะเสนอไอเดียในการใช้กล้องดิจิตอลถ่ายคนที่มีนิสัยชอบเอาเปรียบคนอื่น ซึ่งในกรณีนี้ คือ คนที่ัขับรถแบบมักง่ายในกรุงเทพนี่เอง
ด้วยความที่เส้นทางขับรถของผมจะต้องขับไปตามถนนรัชดาภิเษก เพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดพร้าว ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เลนซ้ายสุดก็จะเป็นเลนที่บังคับเลี้ยวซ้าย แต่ช่วงเลิกงานรถติดมาก ก็จะมีรถที่ต้องการเลี้ยวขวา แต่ทำตัวมักง่าย และเอาเปรียบคนอื่นด้วยการจอดติดไฟแดง ขวางไม่ให้รถอื่นเลี้ยวซ้ายได้ ซึ่งรถที่มักจะมาขวางก็คือ รถเมล์ (ขสมก เป็นจำเลยอีกแล้ว) และก็มีรถเก๋งบ้างเหมือนกัน

งานนี้ถ่ายยากกว่าแบบที่แล้ว เพราะถ่ายจากรถไม่ได้ แต่โชคดีที่ตรงสี่แยกนั้นมีสะพานลอย เมื่อไปยืนถ่ายบนสะพานลอย ก็จะได้เห็นกันเลยว่าใครบ้างจอดขวาง แล้วเลี้ยวขวาแทนที่จะเลี้ยวซ้าย
ถึงตรงนี้ คุณคงคิดกันต่อได้แล้วว่า เราจะใช้กล้องไปถ่ายอะไรได้อีก ถ่ายอะไรที่ไม่ดี แล้วเอามาประจาน หรือไม่ก็ส่งเรื่องต่อให้คนที่มีอำนาจดูแล ไปบังคับให้คนที่ทำไม่ถูก ไม่ดี เลิกทำไม่ดีเสียที นอกจากกรณีตัวอย่างแล้ว ยังมีกรณีปัญหาอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น มอเตอร์ไซต์ที่ชอบขับมาเฉี่ยวรถเรา หรือรถตู้รับส่งผู้โดยส่งที่ขับแซงซ้ายแซงขวาแบบแย่มากๆ เป็นต้น
คุณผู้อ่าน อาจสงสัยว่า เอ๊ะ ไหนว่า บล็อกนี้จะเล่าเรื่องการใช้ไอทีกับการศึกษา ก็ต้องเฉลยหน่อยครับว่า หากคุณครูที่สอนวิชาสังคม หรือชมรมถ่ายภาพของโรงเรียน เอาไอเดียนี้ไปใช้ ก็เท่ากับว่า เรากำลังสอนให้นักเรียนรู้จักใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือสังคม นี่ไม่ใช่หรือแก่นแท้ของการสอนวิชาสังคม
Add comment พฤษภาคม 27, 2009
คุณใช้กล้องดิจิตอลทำอะไร? (ตอนที่ 1)
ติดใจกับหัวข้อที่แล้วว่า “คุณใช้คอมพ์ทำอะไร?” เลยลองตั้งทำนองเดียวกันต่อ
เชื่อซิ! ว่าจะมีคนตอบว่า “ก็ใช้ภาพถ่ายนะซิ”
เปล่าครับ ผมไม่ได้กำลังกวน ใครๆ ก็รู้ว่ากล้องดิจิตอลใ้ช้ถ่ายภาพ แต่คำถามจริงๆ คือ คุณถ่ายอะไร แล้วได้อะไร
ผมเคยลองเอากล้องดิจิตอล Fuji FinePix Z100 ขนาด 8 ล้านพิกเซล ติดไว้ที่กระจกหน้ารถ ขณะขับรถไปทำงานตอนเช้า ด้วยจุดประสงค์คือ เพื่อถ่ายภาพการจราจรในท้องถนนลาดพร้าว ซึ่งภาพดีๆ ที่ผมหมายตาไว้ก็คือ ภาพรถเมล์พ่นควันดำ
ครั้งแรกที่ทดลองถ่ายภาพรถเมล์ควันดำ ก็เรียนรู้ความผิดพลาดเลยว่า เราถ่ายเป็นภาพนิ่งไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะได้จังหวะพอดีไหม มีบางภาพเหมือนกันที่ถ่ายได้จังหวะเหมาะ คือเห็นควันดำพ่นออกมาเต็มเลย แต่ก็มีปัญหาว่า ควันดำปกปิดเลข กท รถ เสียหมด
ไม่ไ้ด้ครับ งานนี้ต้องถ่ายให้ได้หลักฐานมัดตัวแบบคาหนังคาเขา เลยเปลี่ยนเป็นโหมดบันทึกวิดีโอ ซึ่งกล้องรุ่นนี้บันทึกได้ละเอียดสุดเพียง 640 x 480 พิกเซล ซึ่งผมก็ห่วงเหมือนกันว่าความละเอียดจะเพียงพอที่จะเห็นเลขทะเบียนรถหรือไม่ ผลจากการทดลอง ทำให้ผมรู้ว่า ผมต้องขับรถเข้าต่อท้ายรถเมล์ (ที่ต้องสงสัย) เลย แล้วรอจังหวะที่รถออกตัว ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า นั่นคือจังหวะที่รถจะพ่นควันดำออกมามาก
มีอยู่จังหวะหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังบันทึกวิดีโอของรถเมล์ควันหนึ่ง จังหวะที่รถพ่นควันดำแบบเต็มที่ ผมก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงวัยกลางคนรีบเอามือหนึ่งปิดจมูก อีกมือก็โบกควันพิษให้ไปไกลตัว เห็นอย่างนี้แล้ว ทำให้ผมรู้ทันทีว่า ที่ผมกำลังทำอยู่นี้ มาถูกทางแล้ว นี่หากคนที่อยู่ตามป้ายรถเมล์ช่วยกันถ่ายภาพหรือวิดีโอก็คงจะดีไม่น้อย (แต่บอกตามตรงว่า โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันมีความสามารถในการบันทึกวิดีโอได้ “กระจอก” มากๆ)
ผลจากการใช้กล้องดิจิตอลในการถ่ายวิดีโอของรถเมล์พ้นควันดำครั้งนั้น เป็นที่น่าพอใจ และผมก็ใช้โปรแกรม Movie Maker ที่มากับ Windows XP เพื่อแยกเอาภาพในจังหวะที่ต้องการจากไฟล์วิดีโอ ออกมาเป็นไฟล์ภาำพนิ่ง (jpg) จากนั้นก็นำไปโพสต์ไ้ว้ในเว็บไซต์ “ประชาปิติ” หรือ www.prachapiti.org
เพื่อให้เว็บที่ทำหน้าที่ต่อ โดยการส่งภาพที่ฟ้องนี้ให้กับ ขสมก หรือหน่วยงานที่ดูแลรถร่วมบริการ หรือส่งให้ผู้ว่ากทม (ส่งให้หลายๆ คน จะได้ช่วยกันตรวจสอบ) แล้วคอยติดตามผลแทนเราว่า ตกลงเจ้ารถควันดำนั้นได้รับการแก้ไขหรือยัง
นี่คงเป็นตัวอย่างหนึ่งของคำตอบที่สร้างสรรค์ว่า เราจะใช้กล้องดิจิตอลทำอะไรได้บ้าง ผมยังมีตัวอย่างดีๆ ที่จะมาเล่าให้ฟังอีก ติดตามอ่านต่อนะครับ
Add comment พฤษภาคม 27, 2009
คำตอบของคำถาม “คุณใช้คอมพ์ทำอะไร?”
เนื่องจาก ที่ผ่านมา เมื่อผมตั้งคำถามกับใครต่อใครว่า คุณใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตทำอะไร? ก็ได้คำตอบแบบ plain ๆ เช่น ใช้เ่ล่นเน็ต ดูหนัง ฟังเพลง ทำงาน เล่นเกมส์ เป็นต้น
ผมคิดว่า นี่อาจเป็นเพราะการตั้งคำถามผิด ผมเลยลองตั้งคำถามแนวใหม่ เช่น
- คุณจะใช้ ICT เพื่อทำให้อาหารในโรงอาหารอร่อยได้อย่างไร
- คุณจะใช้ ICT เพื่อให้ครู (บางท่าน) สอนอย่างที่เหมือนตอนสอนพิเศษได้อย่างไร
- คุณจะใช้ ICT เพื่อให้โรงเรียนสะอาดได้อย่างไร
เป็นต้น
คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่มาจากตัวนักเรียนบ้าง ผู้ปกครองบ้าง ที่รับรู้ว่า ความจริงมันมีปัญหาต่างๆ มากมายอยู่ในโรงเรียน หากมีใครหยิบเอาปัญหาเหล่านั้นมีตั้งเป็นโจทย์ แล้วช่วยกันหาคำตอบ เราอาจได้วิธีแก้ปัญหาแบบใหม่ๆ ก็ได้นะครับ
ตอนนี้มีกลุ่มตัวอย่าง (ที่ขอไม่เอยนาม) กำลังทดลองทำอย่างหนึ่ง คือ
กลุ่มเด็กนักเรียน ป6 ในโรงเรียนหนึ่ง ใช้กล้องในโทรศัพท์มือถือ ถ่ายภาพ ขยะ หรือสิ่งสกปรกตามที่ต่างๆ ในโรงเรียน (ที่ผมชอบใจที่สุด คือ ภาพถ้วยโยเกิตที่กินไม่หมด แล้วทิ้งไว้มุมหนึ่งของห้องคอมพ์) แล้วเอามาให้อาจารย์ดู จากนั้นก็เริ่ม post ไว้บนบล็อกให้เด็กคนอื่นในห้องเข้าไปดูผลงานการเป็นนักถ่ายภาพของพวกเขา
ผมคิดว่า พวกเด็กพยายามหาทางแก้ปัญหา โดยเลียนแบบ รายการทำนอง “ฟ้องด้วยภาพ” แต่แทนที่จะออก TV เขากลับใช้โทรศัพท์มือถือ กับอินเตอร์เน็ตเ็ป็นเครื่องมือ เพราะอยู่ใกล้ตัว จนเขาเคยชินกับสิ่งเหล่านี้ และสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญเป็นส่วนหนึ่งในชีิวิตของพวกเขาไป แล้ว
มาถึงตรงนี้ ผมอยากให้คุณเข้าใจว่า การนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ไปใช้ ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเก่งเกจสามารถทางเทคนิค แต่อยู่แนวคิดใหม่ๆ มากกว่า และแนวคิดเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ คุณอาจต้องรู้จักตั้งคำถามให้ถูก จริงไหม?
Add comment พฤษภาคม 27, 2009





