คำตอบของคำถาม “คุณใช้คอมพ์ทำอะไร?”

เนื่องจาก ที่ผ่านมา เมื่อผมตั้งคำถามกับใครต่อใครว่า คุณใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตทำอะไร? ก็ได้คำตอบแบบ plain ๆ เช่น ใช้เ่ล่นเน็ต ดูหนัง ฟังเพลง ทำงาน เล่นเกมส์ เป็นต้น

ผมคิดว่า นี่อาจเป็นเพราะการตั้งคำถามผิด ผมเลยลองตั้งคำถามแนวใหม่ เช่น

  • คุณจะใช้ ICT เพื่อทำให้อาหารในโรงอาหารอร่อยได้อย่างไร
  • คุณจะใช้ ICT เพื่อให้ครู (บางท่าน) สอนอย่างที่เหมือนตอนสอนพิเศษได้อย่างไร
  • คุณจะใช้ ICT เพื่อให้โรงเรียนสะอาดได้อย่างไร

เป็นต้น

คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่มาจากตัวนักเรียนบ้าง ผู้ปกครองบ้าง ที่รับรู้ว่า ความจริงมันมีปัญหาต่างๆ มากมายอยู่ในโรงเรียน หากมีใครหยิบเอาปัญหาเหล่านั้นมีตั้งเป็นโจทย์ แล้วช่วยกันหาคำตอบ เราอาจได้วิธีแก้ปัญหาแบบใหม่ๆ ก็ได้นะครับ

ตอนนี้มีกลุ่มตัวอย่าง (ที่ขอไม่เอยนาม) กำลังทดลองทำอย่างหนึ่ง คือ

กลุ่มเด็กนักเรียน ป6 ในโรงเรียนหนึ่ง ใช้กล้องในโทรศัพท์มือถือ ถ่ายภาพ ขยะ หรือสิ่งสกปรกตามที่ต่างๆ ในโรงเรียน (ที่ผมชอบใจที่สุด คือ ภาพถ้วยโยเกิตที่กินไม่หมด แล้วทิ้งไว้มุมหนึ่งของห้องคอมพ์) แล้วเอามาให้อาจารย์ดู จากนั้นก็เริ่ม post ไว้บนบล็อกให้เด็กคนอื่นในห้องเข้าไปดูผลงานการเป็นนักถ่ายภาพของพวกเขา

ผมคิดว่า พวกเด็กพยายามหาทางแก้ปัญหา โดยเลียนแบบ รายการทำนอง “ฟ้องด้วยภาพ” แต่แทนที่จะออก TV เขากลับใช้โทรศัพท์มือถือ กับอินเตอร์เน็ตเ็ป็นเครื่องมือ เพราะอยู่ใกล้ตัว จนเขาเคยชินกับสิ่งเหล่านี้ และสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญเป็นส่วนหนึ่งในชีิวิตของพวกเขาไป แล้ว

มาถึงตรงนี้ ผมอยากให้คุณเข้าใจว่า การนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ไปใช้ ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเก่งเกจสามารถทางเทคนิค แต่อยู่แนวคิดใหม่ๆ มากกว่า และแนวคิดเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ คุณอาจต้องรู้จักตั้งคำถามให้ถูก จริงไหม?

Add comment พฤษภาคม 27, 2009

สอนคอมพ์แบบใหม่

เมื่อช่วงกลางเดือน พค. ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์โครงการ “โรงเรียนดีใกล้บ้าน (โรงเรียนในฝัน)” ที่ www.labschools.net แล้วก็เลยเข้าไปดูเนื้อหาต่างๆ จนถึงส่วนที่เป็นบล็อกของทีมงานโครงการ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ผอ. บรรจง ปัทมาลัย แห่งโรงเรียนเชียงกลมวิทยา จ.เลย ท่านไม่เพียงเป็น ผอ. แต่ยังเป็นวิทยากรที่สอนเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ ICT ด้วย

มีกระทู้หนึ่งในบล็อกของท่าน พูดถึงหลักสูตรการสอนคอมพิวเตอร์ ทำให้ผมสนใจเข้าไปดู และดาวน์โหลดไฟล์เอกสารหลักสูตรมาศึกษามาศึกษา ทำให้ผมนึกถึงงานที่ผมเคยทำให้กับทาง Microsoft เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ตอนนั้น ผมทำคู่มือภาษาไทยในการใช้โปรแกรม Microsoft Office (เป็นคู่มือเล่มที่เขียนเป็นภาษามนุษย์มากที่สุด)

คู่มือของ Microsoft มีชื่อว่า Getting Result with Microsoft Office เป็นคู่มือเล่มแรกที่ Microsoft เปลี่ยนวิธีการเขียนคู่มือ คู่มือนี้ต่างจาก Help ตรงที่ เขาเน้นว่า จะทำงานให้สำเร็จ หรือได้ผลลัพธ์ ด้วย MS Office ได้อย่างไร

ผมได้ฟังเขา brief ว่า ก่อนที่จะได้เป็นคู่มือออกมา เขามีการทำวิจัย สอบถามผู้ใช้ว่า ใช้ MS Office ทำงานอะไรบ้าง ผลคือ

  • ทำจดหมาย
  • ทำ Memo
  • ส่ง Fax
  • ทำรายงาน
  • พรีเซนต์

เป็นต้น

จากนั้น เขาก็ออกแบบเนื้อหาเพียงประมาณไม่เกิน 6 หน้า ในการทำงานแต่ละอย่างข้างต้นให้เสร็จ พร้อมทั้งสอดแทรกความรู้ที่อาจเป็นระดับ advance ใส่เข้าไปด้วย เช่น การส่ง fax ก็จะสอนถึงการใช้เทมเพลต การจัดทำเอกสารต้นฉบับ และท้ายสุด วิธีส่ง fax จากโมเด็มในเครื่องคอมพ์ (ไม่ต้องพิมพ์ออกเครื่องพิมพ์เพื่อไปใส่ในเครื่อง fax)

วิธีนี้มีข้อดีสำคัญ คือ ผู้เรียนสามารถทำงานได้บรรลุตามต้องการ โดยใช้เวลาเรียนรู้น้อยกว่าวิธีเดิมๆ มาก (เพราะคัดเลือกสิ่งที่ต้องรู้ในการทำงานให้สำเร็จ) นี่เหมาะกับคนไทยเรามาก เพราะคนไทยเราไม่ค่อยอดทนในการเรียนรู้ ชอบอะไรที่ไวๆ มักเรียนรู้จากตัวอย่าง ดังนั้น หากเรายังสอนด้วยวิธีเดิม แนวคิดเดิม ก็จะได้ยินคำบ่นว่า “เรียนไปตั้งมาก แต่เอามาใช้ไม่เป็น” หรือ “ไม่รู้เรียนไปทำไม ไม่เห็นได้ใช้เลย” เป็นอย่างนี้ไม่เปลี่ยนเลย

ผมเคยนำแนวคิดนี้ไปต่อยอด โดยผมเห็นว่า นอกเหนือจากสอนการใช้โปรแกรมแล้ว สิ่งที่ผู้เรียนจะต้องรู้ ยังมีเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง เช่น

  • กระบวนการ และขั้นตอนการทำงาน ที่ควรจะเป็น ทั้งก่อนที่จะลงมือใช้คอมพ์ และหลังจากที่ใช้คอมพ์ทำเสร็จแล้ว
  • ความรู้รอบข้างเกี่ยวกับงานนั้น เช่น หากจะทำรายงาน ควรจะเลือกใช้ฟอนต์แบบไหน รูปแบบหน้าตาของเลย์เอาต์ควรเป็นอย่างไร การเลือกใช้คู่สี เป็นต้น

ซึ่งผมบอกกับผู้เรียนไปว่า ใช้โปรแกรมคอมพ์เป็นก็ถือว่าเก่งระดับหนึ่ง หากรู้ว่าจะใช้โปรแกรมอย่างไรเพื่อให้ได้งานที่ต้องการ ถือว่าเก่งกว่า และหากรู้ว่าทำอย่างไรแล้วงานออกมาดีกว่าคนอื่น นั่นก็เก่งไปอีกขั้น เหมือนคนที่ใช้โปรแกรม Word ทำรายงานออกมาได้ แต่ทำไมบางคนทำออกมาสวยงามเหมือนมืออาชีพ ประมาณนั้น

การสอนแบบนี้ อาจดูไม่เป็นหลักสูตร แต่ความจริงแล้ว หากวางแผนโดยรวมดีๆ ก็จะครอบคลุมสาระความรู้แบบเดียวกับหลักสูตรแบบเก่า แต่ได้ความรู้เสริมมากมาย ซึ่งคนที่จะวางหลักสูตรแบบนี้ได้ ต้องอาศัยผู้มีความรู้ในหลายๆ แขนงมาร่วมกัน เช่น หากจะให้งานสวย ต้องเอาครูศิลปะมาร่วมแนะนำ เป็นต้น

หากใครสนใจแนวการสอนแบบนี้ หรือมีไอเดียดีๆ ว่าควรจะสอนวิชาคอมพิวเตอร์อย่างไร ก็เขียน Comment ในหัวข้อนี้ได้เลย หรือจะอีเมล์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นก็ได้ครับ

Add comment พฤษภาคม 27, 2009

Google กับการส่งการบ้านทางอีเมล์

ความจริงแล้ว การส่งการบ้านทางอีเมล์ เป็นเรื่องปกติสำหรับนักเรียน นักศึกษาในยุคนี้เลยก็ว่าได้ แต่ผมก็แปลกใจเมื่อลูกชายมาบอกผมด้วยท่าทางเป็นห่วงว่า เขาต้องส่งการบ้านทางอีเมล์

ลำพังการทำการบ้านด้วย Microsoft Word คงไม่เท่าไหร่ แต่ที่ลูกชายห่วง คือ เืรื่องส่งอีเมล์ เพราะยังไม่เคยทำมาก่อน (แต่แกมีอีเมล์ที่ผมไปลงทะเีบียนไว้ให้ที่ hotmail.com)

เรื่องแค่นี้เอง! เราก็มาสอนมาเรียนกันว่า จะส่งการบ้านทางอีเมล์ด้วย hotmail ต้องทำอย่างไร? พอใส่ข้อความ ใส่ไฟล์การบ้าน และใส่อีเมล์แอดเดรสของคุณครู เราก็คลิ้กส่ง (Send) ไม่เห็นมีอะไรนี่

ไม่จบง่ายๆ แค่นั้น เพราะสักครู่ ก็มีเมล์ใหม่เข้ามา ในเมล์แจ้งว่า อีเมล์แอดเดรสที่เราระบุไว้ในอีเมล์นั้น “ผิด” คือ ไม่มีผู้รับชื่อนั้น เอาละซิ! เพราะอีเมล์แอดเดรส เป็นสิ่งที่จะต้องระบุให้ถูกต้อง 100% เลย ลูกเลยกังวลหนัก เพราะจะส่งการบ้านไม่ได้

ถึงตรงนี้ Google ที่เรามักใช้ค้นหาอะไรต่อมิอะไรบนเว็บ (ใครไม่เคยใช้ google ในยุคนี้ ถือว่าเชยมากๆๆๆๆๆ) ก็เลยกลายเป็นพระเอกในการแก้ปัญหา โดยใส่ชื่อนามสกุลจริงของคุณครูลงไป แล้ว Search … ได้ผลครับ เจอเว็บรุ่น ที่มีข้อมูลของคุณครูอยู่ด้วย เลยทำให้รู้ว่า คุณครูจบคณะไหน สถานศึกษาอะไร รุ่นอะไร และโชคดีมีอีเมล์ด้วย

แต่เพื่อความแน่ใจว่า คุณครู ยังใช้อีเมล์นั้นอยู่ และที่สำคัญอีเมล์นั้นถูกต้อง (ไม่ใช่ส่งการบ้านไปแล้วครูไม่รับ) ก็พอดีเห็นอีเมล์นั้นเป็น hotmail ซึ่งส่วนใหญ่คนที่ใช้ hotmail ก็มักจะใช้อีเมล์เดียวกันใน MSN ด้วย เราก็เลยเปิดโปรแกรม MSN ขึ้นมา เพิ่มอีเมล์ของครูลงไป เราก็เห็นว่าคุณครูไม่ได้ออนไลน์ (ไม่ได้ต่อเน็ต)

ไม่ออนไลน์ก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยก็รู้ว่า คุณครูยังใช้อีเมล์นั้นอยู่ เลยส่งการบ้านไปยังอีเมล์ที่ค้นได้ด้วย google แล้วก็ส่งข้อความไปที่ไว้ที่ MSN ของครู คืนวันเดียวกันนั้นเอง คุณครูก็ออนไลน์ ได้อ่านข้อความที่ฝากทิ้งไว้ทาง MSN แล้วแชตกลับมาว่า “ได้รับการบ้านเรียบร้อยแล้ว นี่แอบจดอีเมล์ที่ hotmail ของครูมาด้วยหรือ” ครูคงคิดไม่ถึงว่า เราได้อีเมล์มาจาก google แต่ไม่ตอบครูดีกว่า เรื่องมันยาว ขึ้เกียจพิมพ์ตอบทาง MSN เอามาเล่าใ้ห้ฟังในบล็อกนี้ดีกว่า ได้รู้กันหลายคน

สุดท้าย เราก็ส่งการบ้านได้ แม้จะไม่ราบรื่นนัก แต่ทั้งผมและลูก ต่างก็คงได้เรียนรู้หลายอย่างจากเรื่องนี้ ที่แน่ๆ ลูกชายคงรู้ซึ้งแล้วว่า จะจดอีเมล์ใคร ต้องจดมาให้ถูกเลย

Add comment พฤษภาคม 26, 2009

ยินดีต้อนรับ

TU_EW00_RJsก่อนอื่น ขอกล่าวสวัสดี และขอต้อนรับผู้ปกครอง และนักเรียนบดินทร์เดชาทุกคน (รวมทั้งผู้มาเยี่ยมชมบล็อกท่านอื่นๆ ด้วย)

ขออนุญาตแนะนำตัว และบล็อกนี้

ผมชื่อ ณรงค์พร เหล่าศรีสิน เป็นผู้ปกครองท่านหนึ่ง ที่มีลูกชาย และเพิ่งเข้ามาเรียนชั้น ม.1 ที่โรงเรียนบดินทร์เดชา
ด้วยความที่ผมมีหน้าที่การงานเกี่ยวข้องกับทางด้านคอมพิวเตอร์และไอที จึงอยากจะเห็นการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์

จึงได้ทำบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสื่ือกลางในการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ ความรู้ ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีกับลูกๆ ของเรา บ้านของเรา โรงเรียนของเรา

หากผู้ปกครอง หรือนักเรียนท่านใด ที่อยากจะแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ผมนำเสนอผ่านบล็อก ก็สามารถใส่ “ข้อคิดเห็น” หรือ “Comment” ลงในแต่ละกระทู้ได้เลย หรืออีเมล์มาที่ narongporn@hotmail.com ก็ได้้เช่นกัน

ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ

2 comments พฤษภาคม 17, 2009

Next Posts


หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

ความเห็นล่าสุด

ตู่ on ยินดีต้อนรับ
บรรจง ปัทมาลัย on ยินดีต้อนรับ

บล็อกส่วนบุคคล

Blogroll

Feeds